รอบรู้เรื่องรถ » 3 สิ่งควรรู้เมื่อต้องการเปลี่ยนผ้าเบรก

3 สิ่งควรรู้เมื่อต้องการเปลี่ยนผ้าเบรก

11 February 2018
174   0

จากที่กูรูหลาย ๆ ท่านแนะนำการตรวจเช็กผ้าเบรกคือทุก ๆ 3 เดือนหรือระยะทาง 5,000 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตรวจแปรหลาย ๆ อย่างสำหรับระบบเบรกนั้นเป็นสิ่งที่นักขับไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่งเพราะหมายถึงความปลอดภัยของตัวคุณและเพื่อนร่วมทาง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุฉุกเฉินที่ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน 

 

 

 

วันนี้เราได้นำเอาความรู้เกี่ยวกับ 3 สิ่งควรรู้เมื่อต้องการเปลี่ยนผ้าเบรก


(1) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผ้าดิสก์เบรก   โดยชนิดของผ้าดิสก์เบรกที่มีจำหน่ายกันอยู่ในท้องตลาดขณะนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

  •  (1.1) กลุ่มผ้าดิสก์เบรกราคาถูก ที่มีส่วนผสมของสาร Asbestos หรือที่เรียกกันว่า “ผ้าใบ” จะมีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ คุณสมบัติในการเบรกจะใช้ได้ดี ในความเร็วต่ำ ๆ หรือระยะต้น ๆ แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น ประสิทธิภาพในการเบรกจะลดลงอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญ อายุการใช้งานจะสั้น ผ้าดิสก์เบรกหมดเร็ว นอกจากนั้นแร่ใยหินมีผลต่อสุขภาพ ในปัจจุบันจึงมีการใช้น้อยลง
  • (1.2) กลุ่มที่ไม่มีส่วนผสมของสาร Asbestor หรือกลุ่ม Non-organic แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
  • (1.3) ชนิดที่มีส่วนผสมส่วนใหญ่เป็นโลหะ (Semi-metallic) จะเป็นผ้าดิสก์เบรกของผู้ผลิตจากยุโรปหรืออเมริกา เช่น Bendix, Mintex
  • (1.4) ชนิดที่มีส่วนผสมของสารอนินทรีย์อื่น ๆ จะเป็นผ้าดิสก์เบรกของผู้ผลิตจากญี่ปุ่นเช่น Akebono โดยในกลุ่มนี้จะมีราคาที่สูงกว่าผ้าเบรกที่ผสมสาร Asbestos แต่ในเรื่องคุณภาพสัมประสิทธิ์ของความฝืด ความทนทานต่อการสึกหรอ นั้นมีสูงกว่าผ้าเบรกรถยนต์

(2) อาการของผ้าเบรกหมด จะสังเกตได้ดังนี้

  • (2.1) มีอาการเบรกต่ำ คือ เมื่อเหยียบเบรกแล้วรู้สึกว่าต่ำกว่าปกติ หรือถ้าเป็นเบรกหลัง (ในบางรุ่น) จะรู้สึกว่าต้องดึงเบรกมือสูงกว่าปกติ นั่นแสดงว่าผ้าเบรกสึกหรอมากแล้ว
  • (2.2) มีไฟเตือนโชว์ (ไฟเบรกมือ) ที่ตัวเรือนไมล์ ติดค้างเป็นสีแดง เกิดจากการสึกหรอของผ้าเบรก ที่จับอยู่กับจานเบรก โดยสึกหรอจนบางลงทำให้น้ำมันเบรกในกระปุกต่ำกว่าขีด MIN หน้าคอลแทคของสวิตช์ไฟในกระปุกน้ำมันไม่ต่อกันไฟจึงโชว์ค้าง
  • (2.3) มีเสียงดังเหมือนเหล็กสีกัน ขณะเหยียบเบรก นั่นคือผ้าเบรกได้บางจนถึงตัวเตือนแล้ว (ผ้าเบรกฝั่งที่อยู่ติดกับลูกสูบเบรกจะมีแผ่นเหล็กทำหน้าที่เป็นตัวเตือน) ซึ่งถ้าผ้าเบรกบางน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร แผ่นเหล็กตัวเตือนนี้จึงจะสีกับจานเบรก ทำให้ต้องรีบเปลี่ยนผ้าเบรกทันที

(3) สำหรับระบบดิสก์เบรกนั้นผ้าเบรกจะหมดเร็วกว่าระบบดรัมเบรกประมาณ 2 เท่าหรือว่ากันง่าย ๆ คือเปลี่ยนผ้าดิสก์เบรก 2 ครั้ง จึงเปลี่ยนผ้าดรัมเบรก 1 ครั้ง ในบางรายอาจต้องเจียรจานเบรกเพิ่มขึ้นอีกด้วยหากช่างตรวจพบว่าตัวจานเบรก สึกเป็นร่อง เพื่อป้องกันอาการเสียงดังขณะเบรกตามมา

 

ทั้งนี้สิ่งที่ควรปฏิบัติหลังจากเปลี่ยนผ้าเบรกแล้ว ไม่ควรขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง หรือขับตามคันหน้าอย่างกระชั้นชิด เพราะการเบรกไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจไม่ค่อยอยู่เนื่องจากผ้าเบรกต้องมีการปรับหน้าสัมผัสให้เข้ากับจาน เบรกสักระยะหนึ่งก่อน ควรใช้เบรกปกติ ไม่เบรกอย่างรุนแรง เพื่อให้เนื้อผ้าเบรกได้ปรับตัวได้อย่างช้า ๆ ผ้าเบรกจึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน และลดปัญหาเรื่องเสียงดังอีกด้วย ทั้งหมดนี้อาจจะดูยุ่งยากเสียหน่อยแต่คุ้มค่ากับความปลอดภัยแน่นอน












View My Stats