รอบรู้เรื่องรถ » วิธีการตรวจสอบสภาพของโช้คอัพ

วิธีการตรวจสอบสภาพของโช้คอัพ

12 February 2018
147   0

วิธีการตรวจสอบสภาพของโช้คอัพนั้น ผู้ใช้รถสามารถตรวจสอบได้โดยการ สังเกตุที่หน้ายางของรถยนต์ ถ้าโช้คอัพเสียหน้ายางจะสึกเป็นช่วง ๆ โดยรอบ ให้ใช้มือกดบริเวณด้านบนของบังโคลนทั้งหน้าและหลังหลาย ๆ ครั้ง แล้วปล่อยมือบริเวณที่กด ก็จะมีอาการยืดและหด ถ้ามีอาการเด้งหลาย ๆ ครั้ง แสดงว่าโช้คอัพนั้นชำรุด

ในขณะที่ขับรถผ่านทางที่ขรุขระหรือทางที่เป็นทางลูกระนาด รถจะมีอาการโยนตัว สาเหตุมาจากสปริง หรือแหนบจะยืดและหดตัวอย่างเต็มที่ จนยางกันกระแทก จะกระแทกกับปีกนกตัวบนอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าขณะนี้โช้คอัพไม่มีแรงที่ จะหน่วงการเคลื่อนที่ของสปริงหรือแหนบเพียงพอแล้ว ให้สังเกตุเวลาขับขี่รถจะมีความรู้สึกว่าควบคุมรถได้ยากมาก นั่นหมายความว่า โช้คอัพไม่สามารถควบคุมการดีดตัวของสปริง หรือแหนบได้ ล้อจะเต้นจนหน้าสัมผัสของยางลอย จากพื้นผิวของถนน อาการเช่นนี้จะเป็นอันตรายอย่างมาก ในขณะขับรถเข้าทางโค้งด้วยความเร็วสูง จะทำให้รถเสียการทรงตัวได้ ให้สังเกตุว่าโช้คอัพมีคราบน้ำมันไหลออกมาหรือไม่


ถ้าหากไม่แน่ใจให้ใช้ผ้าเช็ดแล้วลองตรวจสอบดูอีกครั้ง เพราะคราบน้ำมันนี้อาจจะมาจากสารหล่อลื่น แกนของโช้คอัพก็เป็นไปได้ ถ้าเช็ดแล้วมีคราบน้ำมันอีกก็แสดงว่าโช้คอัพชำรุดให้ถอดโช้คอัพออกมาแล้วดึง ทดสอบความหนืด โดยถอดจุดยึดด้านล่างของโช้คอัพออกแล้วออกแรงดึง การตรวจสอบโช้คอัพลักษณะนี้ ควรตั้งตัวโช้คอัพให้ตั้งฉากกับพื้น แล้วคอยสังเกตุความหนืดของโช้คอัพ

อายุการใช้งานของโช้กอัพ

  • สำหรับอายุการใช้งาน  แม้มีมาตรฐานของอายุการใช้งานโดยประมาณแต่ในการใช้งาน จริงจะยืดหยุ่นมากน้อยตามคุณภาพของโช้กอัพ ลักษณะการขับและสภาพถนน เช่น ถ้าถนนแย่ ขรุขระมาก ก็หมดสภาพเร็วหน่อยโดยเฉลี่ยอายุการใช้งานของ โช้กอัพอยู่ที่ 50,000-100,000 กิโลเมตร
  • ประสิทธิภาพของโช้กอัพจะลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งานที่ผ่านไป ส่วนจะลดลงเร็วหรือน้อยก็แตกต่างกันออกไป แต่ลดลงเรื่อย ๆ แน่นอน และผู้ขับก็ไม่ค่อยทราบเพราะความเคยชิน การเสื่อมสภาพของโช้กอัพ ไม่จำเป็นต้องแตกหรือรั่วเท่านั้นยังต้องตรวจสอบด้วยวิธีอื่นด้วย เช่น จอดรถยนต์นิ่ง ใช้น้ำหนักร่างกายกดขย่มลงบนเหนือตัวถังใกล้กับล้อของโช้กอัพตัวที่ต้องการ ตรวจสอบ (ระวังตัวถังบุบไว้ด้วย) เมื่อขย่มลงไปสัก 5 ครั้ง แล้วปล่อย ถ้าโช้กอัพยังดี ตัวรถยนต์ต้องขยับขึ้นลงอีก 1-3 ครั้ง แสดงว่าโช้กอัพยังควบคุมความยืดหยุ่นไว้ได้ แต่ถ้าตัวรถยนต์ยังขยับขึ้นลงมากกว่า 3 ครั้ง แสดงว่าโช้กอัพหมดความหนืด ไม่สามารถควบคุมความยืดหยุ่นไว้ได้ หากกดแทบไม่ลง หรือเมื่อปล่อยตัวออกมาแล้วตัวรถยนต์หยุดนิ่งในเกือบจะทันที หรือทันที แสดงว่าโช้กอัพตาย ไม่สามารถยืดยุบตัวได้ตามปกติ
  • การทดสอบขณะรถยนต์จอดนิ่ง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทดสอบเท่านั้น ต้องประกอบกับการขับเคลื่อนจริงด้วย โดยให้พยายามจับอาการในการขับด้วยว่า มีอาการกระด้างมากขึ้น หรือยวบยวบมากขึ้นไหม แต่ก็ไม่ง่ายนัก เพราะอาจมีการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนอื่น เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การเสื่อมสภาพของโช้กอัพมักเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงเกิดความคุ้นเคย จนจับอาการผิดปกติได้ยาก ถ้าไม่แน่ใจว่าโช้กอัพหมดอายุหรือยัง เมื่อใช้งานเกิน 80,000-100,000 กิโลเมตร (โดยทั่วไป 50,000 กิโลเมตร ก็เสื่อมสภาพลงมากแล้ว) หรือ 5 ปี ให้ตัดสินใจเปลี่ยนโช้กอัพไปเลย

ทั้งนี้สำหรับปัญหาของโช้คอัพ มีเรื่องสำคัญๆอยู่เรื่องเดียว คือน้ำมันรั่วออกมาจากซีลโช้ค (Seal Block) ทำให้โช้คอัพสูญเสียน้ำมันไปเรื่อยๆ ซึ่งก็จะทำให้มันสูญเสียความสามารถในการหน่วงไป ทำให้รถคุณวิ่งเหมือนเด้งอยู่บนสปริง ถ้าเป็นไม่มาก ซึ่งพวกนักแข่งในสนามแข่ง เขาไม่มาก้มมุดดูโช้คให้เสียเวลา เพียงแค่เช็คดูที่หน้ายางดูก็รู้ได้แล้วครับ ถ้าสึกเป็นบั้งๆในแนวขวาง ก็สามารถฟันธงได้แล้วว่ารถคุณมีปัญหากะโช้คอัพแล้วล่ะสาเหตุสำคัญที่น้ำมันจะรั่วได้ ก็มาจากซีลยาง ซีลยางนี้ มีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาอยู่แล้ว ตามระยะของผู้ผลิตโช้ค คุณควรเปลี่ยนโช้คอัพเมื่อรถวิ่งไปได้ในระยะทาง 100,000 กิโล หรือห้าปี โดยไม่ต้องรอให้รั่ว เพราะซีลมันเสื่อมแล้ว ถ้ารถคุณไม่ค่อยได้ใช้เลย ซีลยางคุณจะยิ่งแย่กว่าปกติ เพราะทุกครั้งที่โช้คขึ้นลง ก้านแกนโช้คจะนำเอาน้ำมันออกมาเล็กน้อยด้วยช่วยหล่อลื่นซีลครับ ถ้าคุณไม่ใช้รถเลย จอดไว้เป็นอาทิตย์เฉยๆ ซีลจะแข็งและเสื่อมสภาพและฉีกง่ายมากๆ ปัญหาโช้ครั่วก็จะตามมาแน่นอน












View My Stats